อีกกี่เจน
กว่าคนไทย
จะหายจน?

หลุดกับดักยากจนข้ามรุ่น
ด้วยการศึกษาเสมอภาค

เลื่อนลงเพื่ออ่าน

เมื่อประมาณ
30 ปีที่แล้ว

ประเทศไทยหันเห นโยบายเศรษฐกิจ
มาสู่การเปิดเสรีทางการค้าและ
ตั้งตัวเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรม

นำมาสู่การเติบโตของเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด
จนกระทั่งไทยเคยประกาศตัวจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่ง
ในเสือเศรษฐกิจตัวใหม่แห่งเอเชีย
และหวังจะขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงในภูมิภาค

เกาหลีใต้

ไต้หวัน

สิงคโปร์

ฮ่องกง

เกาหลีใต้

สิงคโปร์

ไต้หวัน

ฮ่องกง

โชคร้าย...
ประเทศไทยกลับถูกฉุดรั้งไม่ให้ไปถึงฝัน
เพราะอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้แรงงานที่มีทักษะ

แต่แรงงานไทยยังมีระดับการศึกษาที่ต่ำและขาดทักษะ
ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ทำให้เศรษฐกิจไทย

ติดกับดักรายได้ปานกลาง

ในระดับประเทศ การศึกษาคือจุด
เริ่มต้นสำคัญของการยกระดับทักษะแรงงาน

การศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสและสะสม
ทุนมนุษย์ตั้งแต่เด็กจนเข้าสู่วัยทำงาน เพื่อให้ประเทศ
แข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ต้องการแรงงานมีทักษะ

สำหรับคนทั่วไป การศึกษาถูกมองว่า
เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยยกระดับฐานะข้ามรุ่นได้

พ่อแม่หลายคนเชื่อว่าเมื่อมอบการศึกษาที่ดีให้ลูก พวกเขาจะ
เติบโตมามีฐานะดีกว่ารุ่นตน ความเชื่อนี้ถูกส่งต่อพร้อมกับ
ความหวังที่อยากให้คนรุ่นหลังเป็นกำลังหลักทางเศรษฐกิจ
ของครอบครัว ที่มีทักษะทันและทนต่อความเปลี่ยนแปลง

ไม่ได้รับการศึกษา

41%

ได้รับการศึกษา

59%

ได้รับการศึกษา

98%

ไม่ได้รับการศึกษา

10%

สัดส่วนที่คุณทาย

ได้รับการศึกษา

90%

รุ่นพ่อแม่

เกิดประมาณพ.ศ. 2500

รุ่นลูก (วัยทำงาน)

เกิดประมาณ พ.ศ. 2520

คุณคิดว่าปัจจุบันคนไทย
วัย
แรงงานได้รับการศึกษา
มากขึ้น
หรือน้อยลงจากรุ่นพ่อแม่?

ลองทายกันดู ว่าสัดส่วนผู้ได้รับการศึกษาในรุ่นลูกซึ่งเกิด
ประมาณ พ.ศ. 2520 มีเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับรุ่น พ่อแม่ซึ่ง
เกิดประมาณ พ.ศ. 2500


เลื่อน ขึ้น-ลง ที่แถบ"รุ่นลูก"
เพื่อลองทายสัดส่วน

สัดส่วนผู้ที่ได้รับการศึกษา

ที่มา Global Database on Intergenerational
Mobility (GDIM), World Bank (2020)

คุณคิดว่าปัจจุบันคนไทย
วัย
แรงงานได้รับการศึกษา
มากขึ้น
หรือน้อยลงจากรุ่นพ่อแม่?

ลองทายกันดู ว่าสัดส่วนผู้ได้รับการศึกษาในรุ่นลูกซึ่งเกิด
ประมาณ พ.ศ. 2520 มีเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับรุ่น พ่อแม่ซึ่ง
เกิดประมาณ พ.ศ. 2500

เลื่อน ขึ้น-ลง ที่แถบ"รุ่นลูก"
เพื่อลองทายสัดส่วน

สัดส่วนผู้ที่ได้รับการศึกษา

ที่มา Global Database on Intergenerational
Mobility (GDIM), World Bank (2020)

ไม่ได้รับการศึกษา

41%

ประถมศึกษา

23.5%

มัธยมต้น

11.5%

มัธยมปลาย

13.7%

มหาวิทยาลัย

10.7%

ไม่ได้รับการศึกษา

2%

ประถมศึกษา

10.3%

มัธยมต้น

23.4%

มัธยมปลาย

29.2%

มหาวิทยาลัย

35.4%

รุ่นพ่อแม่

เกิดประมาณพ.ศ. 2500

รุ่นลูก (วัยทำงาน)

เกิดประมาณ พ.ศ. 2520

ในเวลาเพียง 1 รุ่น
คนไทยได้รับการศึกษา
มากขึ้น
โดยคนที่ไม่ได้รับการศึกษา
ลดลง
เหลือแค่เพียงแค่ 2%

ในเวลาเพียง 1 รุ่น คนไทยได้รับการศึกษา
มากขึ้น
โดยคนที่ไม่ได้รับการศึกษา
ลดลง
เหลือแค่เพียงแค่ 2%

สัดส่วนผู้ที่ได้รับการศึกษา

ที่มา Global Database on Intergenerational
Mobility (GDIM), World Bank (2020)

ดูเผิน ๆ คนไทยอาจมีการศึกษาดีขึ้น
แต่แท้จริงแล้วโอกาสที่เด็กแต่ละคน
จะมีการศึกษาสูงแค่ไหนนั้น มีไม่เท่ากัน

เพราะระดับการศึกษาของพ่อแม่

มีแนวโน้มส่งต่อ

สู่ระดับการศึกษาของลูกได้

เพราะระดับการศึกษาของพ่อแม่
มีแนวโน้มส่งต่อสู่ระดับการศึกษาของลูกได้

สิ่งนี้เรียกว่า

การสืบทอด
ทุนมนุษย์ข้ามรุ่น

(Intergenerational Privilege)

'ระดับการศึกษา' คือหนึ่งในทุน
มนุษย์สำคัญที่ถูกส่งต่อข้ามรุ่น!

จากข้อมูลการขยับฐานะระหว่างคนต่างรุ่น
ในสังคมไทย โดยธนาคารโลก พบว่า

รุ่นพ่อแม่
รุ่นลูก
การศึกษาสูง
มหาวิทยาลัย
การศึกษาสูง
มหาวิทยาลัย
การศึกษาสูง
ประถมฯ, มัธยมฯ
การศึกษาสูง
ต่ำกว่าประถมฯ

*ที่มา Global Database on Intergenerational Mobility (GDIM), World Bank (2020)

หากพ่อแม่มีการศึกษาสูง
ลูกก็มีแนวโน้มเรียนจบ
ในระดับเดียวกับพ่อแม่มาก

'ระดับการศึกษา' คือหนึ่งในทุน
มนุษย์สำคัญที่ถูกส่งต่อข้ามรุ่น!

จากข้อมูลการขยับฐานะระหว่างคนต่างรุ่น
ในสังคมไทย โดยธนาคารโลก พบว่า

รุ่นพ่อแม่
รุ่นลูก
การศึกษาสูง
มหาวิทยาลัย
การศึกษากลาง
ประถมฯ, มัธยมฯ
การศึกษาสูง
ต่ำกว่าประถมฯ
การศึกษาสูง
ต่ำกว่าประถมฯ

*ที่มา Global Database on Intergenerational Mobility (GDIM), World Bank (2020)

ตรงกันข้าม หากพ่อแม่มีการศึกษา
ระดับต่ำสุด ลูกก็จะมีแนวโน้ม
มีการศึกษาระดับต่ำสุดไปด้วย

ปัจจุบันอัตราการเข้าเรียน
มหาวิทยาลัยของเด็กที่ยากจน
เปรียบเทียบกับเด็กที่ร่ำรวยก็ยัง
คงห่างกันมาก


ร่ำรวยที่สุด
10% บน
ของประชากร

34.2%
ไม่ได้เรียนปริญญาตรี

65.8%
เรียนปริญญาตรี

ยากจนที่สุด
10% ล่าง
ของประชากร

94.7%
ไม่ได้เรียนปริญญาตรี

5.3%

ที่มา อัตราการเข้าเรียนสุทธิ (Net enrolment rate)
ในระดับปริญญาตรี ปี พ.ศ. 2562, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2562)

เด็กกลุ่มที่มีความยากจนส่วนใหญ่นี้
อาศัยอยู่ใน
ครัวเรือนยากจน และ
ครัวเรือนยากจนพิเศษ
ที่มีสมาชิก
ในครัวเรือนมีรายได้รวมกันต่ำ

เด็กกลุ่มที่มีความยากจนส่วนใหญ่นี้
อาศัยอยู่ใน
ครัวเรือนยากจน และ
ครัวเรือนยากจนพิเศษ
ที่มีสมาชิก
ในครัวเรือนมีรายได้รวมกันต่ำ


โดยเฉพาะ ครัวเรือนยากจนพิเศษ*
ที่ผู้ปกครอง
ไม่สามารถแบกรับ
ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของลูกได้
และเสี่ยงทำให้เด็กจำเป็นต้องหลุด
ออกจากระบบฯ กลางคัน

*ครัวเรือนยากจนพิเศษเป็นครัวเรือนที่ผ่านเกณฑ์การ
คัดกรองผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์
(Proxy Means Test : PMT)
ในค่าคะแนนยากความจนพิเศษ ที่เก็บข้อมูลจากหลาย
ปัจจัยที่
เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ทั้งรายได้สภาพที่อยู่อาศัย
ภาระการดูแลคนในครอบครัว ฯลฯ

สัดส่วนรายได้ตามระดับการศึกษาสูง
สุดของผู้ปกครองเด็กยากจนพิเศษ

ที่มา ฐานข้อมูลการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ
ปีการศึกษา พ.ศ. 2563, กสศ. (2563)

พื้นที่แสดงสัดส่วนจำนวนผู้ปกครองเด็กยากจนพิเศษ
ตามระดับการศึกษาสูงสุดที่ได้รับ (%)

สัดส่วนรายได้ตามระดับการศึกษาสูง
สุดของผู้ปกครองเด็กยากจนพิเศษ

ที่มา ฐานข้อมูลการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ
ปีการศึกษา พ.ศ. 2563, กสศ. (2563)

ผู้ปกครองของเด็กยากจนพิเศษ
ส่วนใหญ่
ยังมีรายได้เฉลี่ยอยู่ใต้
เส้นความยากจน
และสูญเสียรายได้ทั้งหมดไปกับ
ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

สัดส่วนรายได้ตามระดับการศึกษาสูง
สุดของผู้ปกครองเด็กยากจนพิเศษ

ที่มา ฐานข้อมูลการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ
ปีการศึกษา พ.ศ. 2563, กสศ. (2563)

พวกเขาเกินกว่าครึ่งยังเรียนจบเพียง
ระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่านั้น
เพิ่มความเสี่ยงที่จะส่งต่อระดับ
การศึกษาเดียวกันสู่ลูกหลาน

ครัวเรือนยากจนพิเศษ
กระจาย
อยู่ทั่วประเทศ
โดยเฉพาะ
ในภาคอีสานและภาคใต้

10 อันดับ จังหวัดที่มีจำนวน
ครัวเรือนยากจนพิเศษมากที่สุด (ครัวเรือน)

ข้อมูลจากฐานข้อมูลการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ
ของ กสศ. ปีการศึกษา 2563

ปัญหารุมเร้า แต่ความ
ช่วยเหลือกลับไม่ทั่วถึง


น่าแปลกใจที่แม้บางพื้นที่มีจำนวน
ครัวเรือนยากจนพิเศษมาก
แต่
พื้นที่นั้นกลับได้เงินอุดหนุนน้อย

ทำให้การจัดสรรงบประมาณ
การศึกษา
ยังคงสวนทางกับภาวะความยากจนในพื้นที่

ด้วยสองปัจจัยสำคัญนี้
การจะหยุดยั้งความยากจน
ข้ามรุ่นด้วยการยกระดับ
การศึกษาของเด็กยากจนพิเศษ
จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ตัดโอกาสพัฒนาทุนมนุษย์
เพิ่มความเสี่ยงการส่งต่อ
ความยากจนสู่รุ่นถัดไป

เด็กยากจนพิเศษ

980,253

คน

เด็กยากจนพิเศษเหล่านี้กำลังถูกลดทอนโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาศักยภาพ
ตามสิทธิที่ควรจะเป็น ทั้งที่พวกเขาจะเติบโตมาเป็นกำลังหลักของสังคมยุคใหม่
ที่ทุนมนุษย์กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

เด็กยากจนพิเศษเหล่านี้กำลังถูกลดทอนโอกาส
ที่จะได้รับการพัฒนาศักยภาพตามสิทธิที่ควรจะเป็น
ทั้งที่พวกเขาจะเติบโตมาเป็นกำลังหลักของสังคม
ยุคใหม่ ที่ทุนมนุษย์กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการ
ก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

เราลองสมมุติว่า
เด็กยากจนพิเศษทั้งหมดในปัจจุบัน
มีเส้นทางชีวิต 3 แบบ แทนด้วยเด็ก 3 คน

กฤต

เรียนไม่จบ ป.6

หลุดออกจากระบบฯ ก่อนวัย
อันควร สามารถเรียนอยู่ในระบบฯ
ได้เฉลี่ย 3 ปี (เทียบเท่า ป.3)

โจ้

เรียนไม่จบ ม.6

หลุดออกจากระบบฯ ตามอัตรา
เฉลี่ยเด็กหลุดออกจากระบบฯ
ของไทยสามารถเรียนอยู่ในระบบฯ
ได้ประมาณ 11 ปี (เทียบเท่า ม.5)

อิม

เรียนจบ ม.6

สามารถเรียนอยู่ในระบบฯ ได้
จนครบหลักสูตรการศึกษาขั้น
พื้นฐานที่ 12 ปี จนจบการศึกษา
เทียบเท่า ม.6

*ข้อมูลคาดการณ์โดย ผศ.ดร.เฉลิมพงษ์ คงเจริญ
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โดยใช้
ฐานข้อมูลเด็กยากจนพิเศษโดย กสศ. พ.ศ. 2564

ที่มา: ข้อมูลคาดการณ์โดยโครงการ Equity-Based Budgeting For Education คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากฐานข้อมูลเด็กยากจนพิเศษ, กสศ.(2564)

เด็กชายกฤต แม้เขาจะสามารถหาเงินได้เร็วกว่าเพื่อน
แต่เมื่อคำนวณรายได้เฉลี่ยตลอดชีวิต
คาดการณ์ที่เขาจะได้รับ พบว่าเขาจะมีรายได้
เฉลี่ยเพียง 5,874 บาท/เดือน

ที่มา: ข้อมูลคาดการณ์โดยโครงการ Equity-Based Budgeting For Education คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากฐานข้อมูลเด็กยากจนพิเศษ, กสศ.(2564)

เมื่อมาดูเด็กชาย โจ้ ที่เสี่ยงหลุดออกจาก
ระบบฯ ก่อนจบ ม.6 พบว่ารายได้เฉลี่ยตลอด
ชีวิตคาดการณ์ของเด็กชายโจ้จะอยู่ที่
9,282 บาท/เดือน สูงกว่าเด็กชายกฤตถึง
36% ในช่วงอายุ 30-40 และมีแนวโน้มสูงขึ้น
เรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น

ที่มา: ข้อมูลคาดการณ์โดยโครงการ Equity-Based Budgeting For Education คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากฐานข้อมูลเด็กยากจนพิเศษ, กสศ.(2564)

ในขณะที่เด็กหญิง อิม ที่เรียนจบระดับ ม.6
ตามการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะมีรายได้เฉลี่ย
ตลอดชีวิตคาดการณ์ 9,794 บาท/เดือน
ทำให้มีส่วนต่างรายได้ตลอดชีวิตสูงกว่า
เด็กชายกฤตถึง 40% เทียบกับเด็กชายกฤต
และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น

ที่มา: ข้อมูลคาดการณ์โดยโครงการ Equity-Based Budgeting For Education คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากฐานข้อมูลเด็กยากจนพิเศษ, กสศ.(2564)

เห็นได้ชัดว่าเพียงอยู่ในระบบการศึกษา
รายได้เฉลี่ยตลอดชีวิตก็สูงขึ้น
การคงอยู่ในระบบฯ จึงเป็นบันได
ขั้นสำคัญสู่การก้าวพ้นความยากจน

หากเราช่วยให้เด็กยากจนพิเศษ
คงอยู่ในระบบการศึกษา
ถึงอย่างน้อยม. 6
แบบ เด็กหญิงอิม จะทำให้รายได้ส่วนบุคคล
ของพวกเขาทั้งหมด (980,253 คน)

เพิ่มขึ้นเฉลี่ย
ตลอดช่วงอายุการทำงาน*

20,000 - 110,000

ล้านบาท/ปี

*ข้อมูลรายได้ประชาชาติต่อหัวเฉลี่ย
เมื่อเด็กยากจนพิเศษทุกคนไม่หลุดออก
จากระบบฯ และมีรายได้ตั้งแต่อายุ 22 - 60 ปี

การนำเด็กยากจนพิเศษเข้าสู่ระบบการศึกษา
ยังมีอัตราผลตอบแทนของการลงทุน (IRR)

ซึ่งเทียบเคียงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอื่น เช่น
รถไฟฟ้า
และยังสูงกว่าต้นทุนทางการเงินของรัฐที่
ประมาณ 2.7%

จึงถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อการยกระดับ
คุณภาพชีวิตที่มีความคุ้มค่ามาก
ตอบโจทย์เศรษฐกิจ
ประเทศไทยที่ต้องการหลุดพ้นจากกับดักรายได้
ปานกลาง
และต้องอาศัยทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะ
มากกว่าการอาศัยเครื่องจักรเหมือนในอดีต

การนำเด็กยากจนพิเศษเข้าสู่การศึกษาระดับสูง
จึงเปิดโอกาสสู่การสร้าง แรงงานแห่งอนาคต
เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างผลผลิตให้กับประเทศ
ได้มหาศาลและยังสามารถเข้าสู่ระบบภาษี
เงินได้ของรัฐ
เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศอีกทางหนึ่ง

ในทางอ้อม
ยังเพิ่มโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงปัจจัยพื้นฐาน
อื่นได้ดียิ่งขึ้น เช่น
การรักษาสุขภาพ ความปลอดภัย
ความมั่นคงในชีวิต

เปลี่ยนวงจรความยากจน
เป็นวงจรแห่งการศึกษา
ผ่านภาคีความร่วมมือ
เพื่อเป้าหมายเดียวกัน

กสศ. จุดประกาย จับมือ 7 กระทรวงสำคัญ
สร้างภาคีที่เน้นทำงานแบบ
องค์รวม (Holistic) ที่รวบรวมและแบ่งปันข้อมูล
ระหว่างภาคส่วน เพื่อวาง
นโยบายพัฒนา
ทุนมนุษย์ที่มุ่งเน้นเป้าหมายเดียวกัน
คือหยุดวงจร
ความยากจน แปรเปลี่ยน
เป็นวงจรการศึกษาเพื่อลดปัญหาความ
เหลื่อมล้ำ อย่างยั่งยืน

เกิดเป็นโครงการพัฒนาทุนมนุษย์ในทุกมิติ
ตลอดชีวิตของเด็กไทยทุกคนอย่างเสมอภาค

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

โครงการอาหารเสริมนมและอาหารกลางวัน

โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เรียนฟรี 15 ปี)

โครงการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

โครงการเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน สมองดี แข็งแรง

โครงการอาหารเสริมนมและอาหารกลางวัน

โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เรียนฟรี 15 ปี)

โครงการอาหารเสริมนมและอาหารกลางวัน

โครงการเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน สมองดี แข็งแรง

โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เรียนฟรี 15 ปี)

โครงการฝึกอบรมแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ

โครงการพัฒนาทักษะอาชีพแก่กลุ่มเสี่ยงในสถาบันฯ

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

โครงการอาหารเสริมนมและอาหารกลางวัน

โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เรียนฟรี 15 ปี)

โครงการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

โครงการเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน สมองดี แข็งแรง

โครงการอาหารเสริมนมและอาหารกลางวัน

โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เรียนฟรี 15 ปี)

โครงการอาหารเสริมนมและอาหารกลางวัน

โครงการเด็กวัยเรียนสูงดี สมส่วน สมองดี แข็งแรง

โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เรียนฟรี 15 ปี)

โครงการฝึกอบรมแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ

โครงการพัฒนาทักษะอาชีพแก่กลุ่มเสี่ยงในสถาบันฯ

เด็กไทยมีการศึกษา
เสมอภาคถ้วนหน้ากัน

แรงงานมีทุนมนุษย์ รายได้สูง

ทันต่ออุตสาหกรรม

รัฐมีรายได้จากการ
จัดเก็บภาษีมากขึ้น

ตัดวงจรความยากจน
ไม่ให้ส่งต่อข้ามรุ่น

ด้วยการศึกษาเสมอภาค

พร้อมหยุด
วงจรการส่งต่อ
ความยากจน

แปรเปลี่ยนเป็น
การส่งต่อโอกาส
ทางการศึกษา

เพื่อเพิ่มโอกาสการหลุดกับดักรายได้ปานกลาง
และก้าวทันเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่แห่งเอเชีย

Share

อ้างอิง